LATEST POST

ช่วยให้ธุรกิจเติบโตด้วย AdWords

การโฆษณาออนไลน์ให้คุณสามารถกำหนดเป้าหมายโฆษณาไปยังลูกค้าประเภทที่คุณต้องการ และกรองผู้ที่ไม่ต้องการออกไป เมื่อโฆษณาออนไลน์กับ AdWords คุณสามารถใช้วิธีการกำหนดเป้าหมายต่างๆ เพื่อเข้าถึงผู้มีโอกาสเป็นลูกค้าในขณะกำลังค้นหาผลิตภัณฑ์หรือบริการของคุณได้ทันที บรรลุเป้าหมายทางการตลาดของคุณ ใช้ประโยชน์จากรูปแบบโฆษณาและคุณลักษณะต่างๆ เพื่อปรับแต่งโฆษณาตามเป้าหมายธุรกิจที่แตกต่างกันออกไปของคุณ เช่น เพิ่มปุ่ม "โทร" ที่คลิกได้ลงในโฆษณาเพื่อให้ลูกค้าโทรหามากขึ้น หรือใช้โฆษณาวิดีโอเพื่อแสดงแบรนด์ของคุณ ต่อไปนี้คือเป้าหมายทางการตลาดทั่วไปที่อาจได้ผลสำหรับคุณ ดำเนินการบนเว็บไซต์ของคุณ เยี่ยมชมร้านค้าของคุณ โทรหาธุรกิจของคุณ ติดตั้งแอปของคุณ กำหนดเป้​​าหมายโฆษณาด้วยคำหลัก เมื่อคุณโฆษณาโดยแสดงพร้อมกับผลการค้นหาบนเครือข่ายการค้นหาของ Google คุณจะต้องเลือกคำหลักเพื่อช่วยกำหนดเป้าหมายโฆษณาไปยังผู้ที่กำลังค้นหาคำที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้คุณยังสามารถเลือกว่าจะแสดงโฆษณาในเวลาใดของวัน รวมถึงระบุสถานที่และภาษาได้ด้วย กำหนดผู้ชมเป้าหมายให้เฉพาะเจาะจง เมื่อคุณโฆษณาบนเว็บไซต์และแอปบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่แสดงโฆษณา Google (เรียกว่าเครือข่ายดิสเพลย์ของ Google) และ YouTube คุณจะระบุได้เจาะจงมากขึ้นไปอีกด้วยการเลือกอายุของผู้ที่คุณต้องการเข้าถึง ประเภทไซต์ที่พวกเขาเข้าชม และสิ่งที่พวกเขาสนใจ จ่ายเมื่อเห็นผลลัพธ์เท่านั้น คุณเป็นผู้ตัดสินใจว่าต้องการลงทุนเท่าใด และจ่ายเฉพาะเมื่อมีคนโต้ตอบกับโฆษณาของคุณ...

Read moreDetails

เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสมด้วย RLSA และการจับคู่ข้อมูลลูกค้า

1. เพิ่มประสิทธิภาพแคมเปญในเครือข่ายการค้นหาและแคมเปญ Shopping ด้วยสัญญาณของกลุ่มเป้าหมาย เชื่อมโยงสัญญาณของกลุ่มเป้าหมายกับกลยุทธ์การค้นหาและ Shopping เหตุผล: ลูกค้าเก่าและผู้ที่เคยเข้าชมมีแนวโน้มสูงที่จะทำให้เกิด Conversion สร้างรายการจากทั้งผู้เข้าชมไซต์และข้อมูลลูกค้า เหตุผล: RLSA, การจับคู่ข้อมูลลูกค้า และกลุ่มผู้ชมที่คล้ายกันจะเป็นส่วนเสริมซึ่งกันและกัน และช่วยคุณสร้างเครือข่ายที่กว้างขึ้นเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่สำคัญที่สุดทั้งหมด เริ่มต้น: สร้างรายการรีมาร์เก็ตติ้งเพื่อเพิ่มลงในกลุ่มโฆษณา ระบุกลุ่มผู้เข้าชมที่คุณต้องการปฏิบัติแตกต่างกัน เหตุผล: คุณสามารถเปลี่ยนราคาเสนอ การรับส่งข้อความ และวิธีการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเหล่านั้นได้ สร้างรายการกลุ่มเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงโดยไม่แบ่งกลุ่มมากเกินไป เหตุผล: กลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่มที่คุณสร้างมีแนวโน้มที่จะเพิ่มค่าใช้จ่ายในการจัดการ ใช้การกำหนดเป้าหมายเชิงลบอย่างระมัดระวัง เหตุผล: การยกเว้นกลุ่มเป้าหมายจะทำให้ไม่สามารถทำให้เกิดการซื้อต่อเนื่องและดูแลลูกค้าในกรอบเวลาที่ยาวนานขึ้นได้   2. เพิ่มการมีส่วนร่วมให้ได้สูงสุดเมื่อใช้รายการ ใช้ "ราคาเสนอเท่านั้น" เพื่ออธิบายมูลค่าที่ต่างกันของกลุ่มเป้าหมาย เหตุผล: การปรับราคาเสนอสำหรับกลุ่มเป้าหมายจะทำได้ง่ายและรวดเร็วเมื่อใช้ "ราคาเสนอเท่านั้น" กำหนดการปรับราคาเสนอซึ่งจะกระตุ้นปริมาณได้มากกว่าจากรายการกลุ่มเป้าหมาย เหตุผล: แคมเปญที่ใช้กลุ่มเป้าหมายจะทำให้เกิด Conversion มากกว่าแคมเปญที่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายกว่า 2 เท่า1 เริ่มต้น: ใช้การปรับราคาเสนอกับรายการรีมาร์เก็ตติ้ง ใช้กลุ่มเป้าหมายที่ระดับแคมเปญเพื่อเพิ่มการเข้าถึงให้ได้สูงสุด...

Read moreDetails

คู่มือในการปรับราคาเสนอ

1. ทำความเข้าใจเป้าหมายและประสิทธิภาพปัจจุบันของคุณ กำหนดเป้าหมายทางธุรกิจและใช้เป้าหมายเหล่านั้นในการตั้งค่าการปรับราคาเสนอที่เหมาะสม เหตุผล: ข้อกำหนดเฉพาะสำหรับธุรกิจของคุณจึงเป็นวิธีการที่ชัดเจนที่สุดในการกำหนดวิธีเพิ่มประสิทธิภาพการปรับราคาเสนอ พิจารณามูลค่ารวมของแคมเปญและอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ เหตุผล: การระบุแหล่งที่มาในช่องทางและอุปกรณ์ต่างๆ ยังคงพัฒนาต่อไป อย่าจำกัดศักยภาพของคุณเนื่องด้วยข้อจำกัดทางเทคนิคในการวัดมูลค่า ทำความเข้าใจประสิทธิภาพของคุณในกลุ่มต่างๆ เหตุผล: ประสิทธิภาพอาจแตกต่างกันไปในอุปกรณ์ สถานที่ตั้ง ผู้ชม และเวลา คุณควรใช้ความแตกต่างด้านประสิทธิภาพอย่างเห็นได้ชัดเป็นตัวกำหนดการปรับราคาเสนอ เริ่มต้น: ใช้กลุ่มในตาราง AdWords เพื่อให้เข้าใจความแตกต่างด้านประสิทธิภาพได้ดีขึ้น   2. ทำให้การเสนอราคาใน AdWords เป็นแบบอัตโนมัติ ทำให้การเสนอราคาเป็นแบบอัตโนมัติโดยใช้ Smart Bidding เหตุผล: กลยุทธ์การเสนอราคาอัตโนมัติตาม CPA เป้าหมายหรือ ROAS เป้าหมายจะเพิ่มประสิทธิภาพตามอุปกรณ์ เวลา สถานที่ตั้ง และกลุ่มเป้าหมายในการประมูลแต่ละครั้ง เริ่มต้น: ตั้งค่ากลยุทธ์การเสนอราคาอัตโนมัติในบัญชีของคุณ ปรับแต่งการเสนอราคาอัตโนมัติให้เข้ากับความต้องการของบัญชีคุณเอง เหตุผล: คุณสามารถปรับแต่งกลยุทธ์ที่ใช้ได้ผลดีอยู่แล้วเพิ่มได้อีก เพื่อให้เชื่อมโยงโดยตรงกับข้อมูลที่คุณทราบเกี่ยวกับธุรกิจ...

Read moreDetails

เพิ่มการมีส่วนร่วมในแอปบนอุปกรณ์เคลื่อนที่

1. ตั้งค่าลิงก์ในรายละเอียด ตั้งค่าลิงก์ในรายละเอียดที่จะพาผู้ใช้ตรงไปยังส่วนของแอปที่คุณต้องการ เหตุผล: ตั้งค่าลิงก์ในรายละเอียดที่จะพาผู้ใช้ตรงไปยังส่วนของแอปที่พวกเขาจะดำเนินการได้โดยง่าย การทำงานนี้จะลดอุปสรรคและเพิ่มการมีส่วนร่วม เริ่มต้น: ใช้ลิงก์ในรายละเอียดมาตรฐานสำหรับ Android และ iOS เพื่อทำให้แอปของคุณใช้ร่วมกันได้กับผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของ Google 2. ติดตามการมีส่วนร่วมในแอปหลังการติดตั้ง ติดตามสิ่งที่ผู้ใช้ทำในแอปของคุณหลังจากติดตั้งแอป เหตุผล: ติดตามสิ่งที่ผู้ใช้ทำในแอปของคุณหลังจากติดตั้งแอป ข้อมูลนี้จะบอกถึงการแบ่งกลุ่มผู้ใช้และการเพิ่มประสิทธิภาพแคมเปญ เริ่มต้น: ใช้ Firebase เพื่อติดตาม Conversion ในแอปสำหรับแอป   3. กระตุ้นการมีส่วนร่วมในแอปด้วยการรับส่งข้อความ นำเสนอเหตุผลที่น่าสนใจเพื่อให้ผู้ใช้กลับมามีส่วนร่วมกับแอปของคุณอีกครั้ง เหตุผล: นำเสนอเหตุผลที่น่าสนใจเพื่อให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมกับแอปของคุณ การทำเช่นนี้จะปรับเปลี่ยนโฆษณาในแบบของคุณและปรับปรุงประสิทธิภาพ 4. กระตุ้นการมีส่วนร่วมในแอปโดยใช้เครือข่ายดิสเพลย์และเครือข่ายการค้นหา สร้างแคมเปญการมีส่วนร่วมในแอปบนเครือข่ายดิสเพลย์ (Android และ iOS) เหตุผล: มีส่วนร่วมกับผู้ใช้เฉพาะกลุ่มในระดับเดียวกับที่พวกเขาใช้แอปบนอุปกรณ์เคลื่อนที่อื่นๆ ทั่วทั้งเครือข่ายดิสเพลย์ของ Google สร้างแคมเปญการมีส่วนร่วมในแอปบนเครือข่ายการค้นหา (Android เท่านั้น)   ติดต่อได้ที่ :...

Read moreDetails

การทำตลาดระหว่าง Facebook  กับ Instagram  แบบไหนเห็นผลกว่า!

ทุกคนคงรู้จัก Facebook  กับ Instagram เป็นอย่างดี แต่ยังเชื่อว่า บางคนที่ยังไม่รู้ว่า ตอนนี้ Facebook เป็นเจ้าของ Instagram ไปแล้ว แต่ความจริงที่ว่าแพลตฟอร์มของสื่อโซเชียลมีเดียที่ใหญ่ที่สุด คือ บริษัทแม่ ของ Instagram  นี่คงเป็นหนึ่งเหตุผลที่การตลาดมองว่าเป็นองค์กรเดียวกัน ถึงอย่างไรการใช้งานของ Facebook และ Instagram นั้นแตกต่างกันอย่างชัดเจน ถึงเป็นอีกเหตุผลที่ว่าทำไมผู้ใช้หลายๆ คนยังเก็บแอคเค้าท์ ของพวกเขาไว้ถึงแม้ Facebook และ Instagram จะมีการอัพเดทฟีเจอร์ของแต่ละแพลตฟอร์ม อย่างต่อเนื่อง แต่ในด้านการตลาดนั้นทั้งสองก็ยังมีข้อดีและข้อเสียที่ต่างกันอยู่ไม่น้อย   ตัวอย่างเช่น Facebook  ยังมีปัญหาในเรื่องของการแชร์รูปภาพที่ไม่ค่อยคมชัด Instagram อาจจะไม่มีการแปลงภาษา หรือการตีความหมายได้ดีเท่าบน Facebook ซึ่งความจริงแล้วฐานข้อมูลของทั้งสองแพลตฟอร์มนั้นสามารถเลือกใช้ได้อย่างแตกต่างกัน...

Read moreDetails
Page 409 of 450 1 408 409 410 450

TRENDING.